ทะเลอาหรับ โอมาน ประเทศที่ติดกับทะเลอาหรับ

ทะเลอาหรับ ทะเลอาหรับ โอมาน ประวัติ เป็นอย่างไร?

ทะเลอาหรับ ประเทศโอมาน มีอีกชื่อหนึ่งว่า รัฐสุลต่านโอมาน ตั้งอยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับ มีพรมแดนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทางทิศตะวันตกติดกับซาอุดิอาระเบีย และทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับเยเมนนั้นเอง รัฐสุลต่านโอมานนั้นมีพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นทะเลทรายและภูเขา

มีชายฝั่งยาวถึง 2,092 กิโลเมตร และบริเวณภูเขาสูงทั้ง 2 ลูก ที่ติดกับประเทศเยเมน และบริเวณชายฝั่งของโอมานนั้นเอง นอกจากนี้ในบริเวณใกล้กับชายฝั่ง ยังมีเกาะเล็กๆที่อยู่ในการปกครองอย่าง เกาะมาสิราห์ กลุ่มเกาะคูเรีย มาเรีย

และกลุ่มเกาะนิก้า นิโกร เป็นต้น ในอดีตนั้นประเทศแห่งนี้ ได้เคยตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เหมือนกับประเทศในแถบนี้ ที่อยู่ภายใต้อำนาจของอังกฤษ ในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ และคานอำนาจจากตะวันตกชาติอื่นนั้นเอง

โดยหลังจากที่อังกฤษได้ส่งคืนเอกราชให้ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 1971 จากนั้นได้เกิดเหตุการณ์ สุลต่านกอบูส บิน ซะอึด ได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดา โดย การทำรัฐประหาร แต่ไม่มีการนองเลือดในการยึดอำนาจครั้งนี้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อน

อังกฤษจะคืนอำนาจให้กับประเทศ ซึ่งในช่วงที่เป็นเอกราชแล้ว พระองค์ได้เริ่มนโยบายพัฒนาประเทศ และทรงเป็นนักพัฒนามาตลอด 30 ปี รวมถึงผลักดันการปฎิรูปการเมือง ให้ประเทศนี้มีเสถียรภาพมากกว่าเดิม และสนับสนุนสวัดิการแห่งรัฐ

ให้กับประชาชนในประเทศอีกด้วย อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนในชาตินั้นเอง แต่ปัญหาเรื่องความขัดแย้ง เรื่องพรมแดนของประเทศโอมานกับเยเมนทางตอนเหนือ ที่มีการสนับสนุนกบฎแบ่งแยกดินแดน ในจังหวัดซูฟาร์จนกลายเป็นกลุ่มจัดตั้ง

แนวร่วมประชาชนปลดปล่อยโอมาน จนกระทั่งต่อมาได้มีการไกล่เกลี่ย และได้รับความร่วมมือจากคณะมนตรี ความร่วมมือกับรัฐอ่าวอาหรับ ได้มีการฟื้นฟูความสำพันธ์ของสองประเทศ ถึงแม้จะมีความขัดแย้งปะปลายอยู่บ้าง

ตามแนวชายแดนเมื่อปี ค.ศ.1988 แต่ภายหลังก็สามารถตกลงกันได้ จนถึงทุกวันนี้ที่พรมแดนทั้งสอง อยู่ในความสงบและไม่ได้มีสงครามมากว่า 20 กว่าปีเลยทีเดียว

ทะเลอาหรับ

ทะเลอาหรับ โอมานมี ประวัติศาสตร์ร่วมภูมิภาคอย่างไร?

ในอดีตนั้นเองดินแดนแถบนี้ เป็นกลุ่มอารยธรรมแรกๆเลยทีเดียว ที่มีการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือเดินทางติดต่อ ซึ่งโอมานเองมีภูมิประเทศติดกับชายฝั่งคาบสมุทรอาหรับ ทำให้เชื่อมต่อกับโลกของอาหรับ รวมถึงทางเอเชียตะวันออก ที่ใกล้กับอินเดียอันเป็นแหล่งเครื่องเทศ ถูกส่งขายออกมายังทางตะวันตกนั้นเอง อีกทั้งยังเป็นดินแดนของเหล่าคาราวาน

ขบวนสินค้าที่เดินทางไปทั่วทะเลทรายอาหรับ จึงทำให้เกิดอารยธรรมรวมถึงวัฒนธรรม ที่เกิดขึ้นมาในแถบนี้ รวมถึงวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย รวมถึงการเข้ามาถึงของศาสนาอิสลาม ที่เกิดขึ้นในบริเวณอาหรับแห่งนี้

จึงเหมือนเป็นประเทศแรกๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาอิสลาม จนผู้คนในชาตินั้นนับถือศาสนาอิสลามกันทั้งประเทศ จะแตกต่างกันในทางนิกายนั้นเอง ด้วยความเก่าแก่ของพื้นที่แถวนี้ รวมถึงประเทศเล็กๆแห่งนี้

ได้ยืนหยัดมาหลายพันปี จากการค้นพบสิ่งของหรือวัตถุโบราณ ที่เป็นการบ่งบอกยุคสมัยนั้นเอง ของบ้างชิ้นนั้นมีอายุนับพันปีเลยทีเดียว ด้วยดินแดนอันกว้างใหญ่แห่งนี้ เดิมทีผู้คนอยู่อาศัยกันแบบเร่ร่อน รวมกลุ่มกันเป็นชนเผ่า

ย้ายที่ทำกินไปตามฤดูนั้นเอง จนกระทั่งมนุษย์เริ่มเรียนรู้ที่จะปักหลัก และทำการเกษตรนั้นเอง ทำให้เริ่มมีการตั้งอาณาจักรรวมถึงเมืองต่างๆ ที่แข่งขันกันเจริญเติบโตและประชากร ที่อพยพกันเข้ามานั้นเอง

ซึ่งในอดีตนั้นคนถือว่าเป็นทรัพยากรสำคัญ ในการพัฒนาเมืองหรืออาณาจักรของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นช่างฝีมือ หรือบุคคลธรรมดาที่ถูกเกณฑ์ไปรบได้นั้นเอง ยิ่งเมืองไหนใครมีประชากรมาก แสดงว่าเมืองแห่งนั้นมีความเจริญอย่างมากนั้นเอง ซึ่งในดินแดนโอมานเอง ผู้คนที่อาศัยรวมถึงสัญจรนั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว จึงอาจนับได้ว่าพวกเขาอาจเป็นบรรพบุรุษของคนในประเทศนี้ก็เป็นได้

ทะเลอาหรับ

โอมานสถานที่ท่องเที่ยว มีอะไรบ้าง?

โอมานเองมีสถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ที่มีมาอย่างยาวนานอันเป็นเอกลักษณ์ ของที่นี้ที่ถึงแม้จะเป็นประเทศขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยว อันน่าหลงใหลไปกับวัฒนธรรมอาหรับ ของวิถีชีวิตผู้คนที่นี้นั้นเอง ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของประเทศนี้ ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี้ เริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว จากทั่วโลกนั้นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวแรกคือ โอเอซิสวาดิหรือวาดิซาบ (Wadi Shab ) สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่กลางทะเลทราย หลายคนอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า โอเคซิสคือแหล่งน้ำที่เกิดขึ้น จากใต้ดินกลางทะเลทรายนั้นเอง แต่ทว่าที้นี้นั้นกลับเหมือนเป็นดั่ง

สวรรค์กลางทะเลทรายเลยทีเดียว ที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในแคว้น Al Sharqiya ที่นี้มีหน้าผาและโขดหิน ต้นปาล์ม นกหัวขวาน สระน้ำหลายแห่งและน้ำตกที่อยู่ภายในถ้ำ ภายในถ้ำนั้นเราต้องว่ายน้ำผ่านหลุม หรือแม้บางทีถ้าน้ำสูงมาก

จำเป็นต้องดำน้ำข้ามไปในถ้ำกันเลยทีเดียว ที่แห่งนี้นับว่ามีกิจกรรมมากมาย อันเกิดขึ้นท่ามกลางธรรมชาติ บนทะเลทรายแห่งนี้ที่ดูเหมือน จะมีแต่ความแห้งแล้ง แต่ที่แห่งนี้กลับมาชีวิตชีวาสระน้ำ ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติจากใต้ดิน

พาให้ผู้คนต่างมาจัดปาร์ตี้กัน ท่ามกลางโอเอซิสแห่งนี้เลยทีเดียว สถานที่ต่อไปคือ หลุมน้ำบิมมาซิงก์โฮล ( Bimmah Sinkhole ) เป็นอีกสถานที่ยอดฮิตของโอมาน และยังเป็นสถานที่สุดมหัศจรรย์ ที่เกิดจากธรรมชาติเป็น

หลุมสระน้ำเขียวมรกตขนาดใหญ่ อยู่ในบริเวณสวนสาธารณะ Hawiyat Najm ทางตอนเหนือของประเทศ หลุมแห่งนี้เกิดจากการกัดเซาะของหินปูน จนกลายเป็นหลุมใหญ่ตามธรรมชาติ ทำให้น้ำที่อยู่ใต้ดินไหลซึมออกมา

เพราะด้วยอยู่ใกล้กับทะเล ใต้หลุมแห่งนี้   ลึกลงไปกว่า 20 เมตร และมีความกว้างกว่า 540 x 40 เมตรนั้นเอง กิจกรรมของที่นี้มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสปาปลา และว่ายน้ำ ผู้คนมักใช้ช่วงเวลาวันหยุด ในการเดินทางมาพักผ่อนยังที่นี้

เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติที่นี้ อันเกิดขึ้นจากธรรมชาตินั้นเอง เราไปกันต่อที่ ปราสาท Jibreen ( Jabreen Castle ) ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1670 ถูกออกแบบก่อสร้างและดูแลโดย AI Immam BilArab เป็นพระราชวังเก่าในอดีต

องสุลต่าน AI Y ‘ aribi ปราสาทอาคารมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดใหญ่มีทั้งหมด 5 ชั้น และห้องพักถึง 55 ห้อง ความน่าทึ้งอีกอย่างหนึ่งของที่นี้คือ มีระบบน้ำ Falaj ที่ไหลผ่านกลางปราสาทนั้นเอง ภายในมีจิตกรรมฝาผนัง

อีกทั้งเพดานตกแต่งด้วยภาพวาด ศิลปะแบบอิสลามนั้นเอง ลวดลาย การแกะสลักประตูนั้นมีความสวยงาม ทำให้ที่นี้เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโอมานนั้นเอง สถานที่สุดท้ายคือ ตลาด Muttrah Souk ( Old Muttrah Souk )

เป็นตลาดเก่าแก่แห่งหนึ่งของโอมาน และเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ได้มาเยี่ยมชมตลาดแห่งนี้ ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมของผู้คนที่นี้ เส้นทางดูคับแคบและร้านค้ามากมาย อาจพาให้เราหลงทางในตลาดนี้ได้นั้นเอง

ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยสินค้าท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเทศ น้ำหอม ผ้าทอแบบอาหรับสีสันสดใส หรือเป็นเครื่องหัตกรรมอื่นๆ ที่ตั้งเรียงกันมากมายให้ความรู้สึก เหมือนเราเดินอยู่ในจตุจักร ของบ้านเรานั้นเอง

ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยวัฒนธรรมของผู้คน เข้ามาจับจ่ายขนส่งสินค้าทำให้ตลาดแห่งนี้ เต็มไปด้วยผู้คนมากมายด้วยนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวของโอมาน ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์อีกมาก ที่จะทำให้คุณต้องประทับใจกับ ประเทศเล็กๆแห่งนี้นั้นเอง

ปัจจุบันโอมานเป็นอย่างไร?

โดยดั่งเดิมนั้นโอมานเป็นประเทศที่ มีเศรษฐกิจพื้นฐานคือภาคเกษตรกรรม และการประมง หลังจากนั้นโอมานได้ค้นพบน้ำมันดิบ ทำให้ส่งออก น้ำมันติดอันดับต้นๆของโลก มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 ทำให้ประเทศมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ

และสามารถพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจของโอมาน และเพิ่มการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้มีระบบเศรษฐกิจของโอมาน มีความมั่นคงมาอย่างยาวนานนั้นเอง นอกจากนี้ยังหวังพึ่งการท่องเที่ยว ที่เป็นเครื่องยนต์หนึ่งในระบบเศรษฐกิจ ของประเทศนี้ที่กำลังพัฒนา ให้คนทั่วโลกได้รู้จักประเทศนี้มากขึ้นนั้นเอง

สรุปการท่องเที่ยวในโอมานเป็นอย่างไร?

นับว่าเป็นประเทศขนาดเล็ก ที่มีความสวยงามทางด้านธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่เก่าแก่ของโอมาน อันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยว ที่ทำให้ใครหลายคน หลงใหลกับเสน่ห์ในประเทศแห่งนี้ กับประสบการณ์ใหม่ๆที่ได้มาเยือน ดินแดนอาหรับแห่งนี้อย่างแน่นอน หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบศึกษาประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ จะต้องหลงรักประเทศเล็กๆแห่งนี้อย่างแน่นอน

จึงทำให้มองว่า โอมาน เป็นประเทศเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่ติดกับชายฝั่งคาบสมุทรอาหรับ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อย่างน้ำมันดิบที่มีจำนวน มากมหาศาล ที่อยู่ในประเทศแห่งนี้ นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณูปโภค

ที่ดีที่สุดแห่งนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับว่าเป็นประเทศที่ใส่ใจกับการพัฒนาสังคมในประเทศ รวมถึงภาพรวมทั้งหมดทำให้ประเทศแห่งนี้ เจริญเติบโตหลังจากได้รับเอกราชแล้วนั้นเอง

เที่ยวฮอนดูรัส

สุนัขสายพันธุ์ไว้ฝึก